Uncategorized
เป็นโรคไตกินซีอิ๊วได้มั้ย
อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 | ตรวจสอบโดยทีมนักกำหนดอาหารวิชาชีพ Eatwellconcept สรุปสั้น: ซีอิ๊วโรคไต กินได้ไหม? ระยะ CKD ซีอิ๊วขาวปกติ ซีอิ๊วลดโซเดียม หมายเหตุ G1–G2 กินได้ในปริมาณน้อย กินได้ เป้าหมายโซเดียมรวม

เมื่อพูดถึง “ อาหารผู้ป่วยโรคไต ” ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นอาหารจืดสนิท หน้าตาไม่น่ากิน หรือรสชาติที่ต้องฝืนกินใช่ไหมคะ? แต่ความจริงแล้ว… การดูแลไตไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยความทรมานในการกินเสมอไปค่ะ แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเลือกให้ถูกหลัก อาหารสำหรับผู้ป่วยไตก็สามารถทั้งอร่อยและช่วยดูแลไตไปพร้อมกันได้ค่ะ
เปรียบเทียบง่ายๆ ไตของเราทำหน้าที่เหมือน “เครื่องกรองของเสีย” ค่ะ เมื่อไตทำงานได้ลดลง (โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง) ประสิทธิภาพในการขับของเสียก็จะน้อยลงตามไปด้วย
หากเรากินอาหารที่มี โปรตีน เกลือ และแร่ธาตุ มากเกินความสามารถที่ไตจะรับไหว ของเสียเหล่านี้จะตกค้างและสะสมในเลือด ก่อให้เกิดอันตราย เช่น อาการตัวบวม เหนื่อยหอบง่าย หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ดังนั้น การคุมอาหารที่ดีจึง ไม่ใช่การอดอาหาร แต่คือการ “ลดภาระงานให้ไต” เพื่อให้ไตที่เหลืออยู่ทำงานได้นานที่สุดนั่นเองค่ะ
1. จำกัดโปรตีน แต่ต้องให้ร่างกายได้รับอย่างเพียงพอ
ผู้ป่วยไตระยะก่อนฟอกควรจำกัดปริมาณ แต่ไม่ใช่งดไปเลย ควรกินประมาณ 0.6–0.8 กรัม/น้ำหนักตัวในอุดมคติ/วัน) ต่อวัน เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดสารอาหาร
2. ลดฟอสฟอรัส (Phosphorus)
แร่ธาตุนี้พบมากในอาหารแปรรูปทุกชนิด, นม, ชีส, ไข่แดง, ถั่วเมล็ดแห้ง และกาแฟ ซึ่งผู้ป่วยไตควรหลีกเลี่ยง
3. คุมโพแทสเซียม (Potassium)
ระมัดระวังผักผลไม้สีเข้มจัด เช่น คะน้า, บรอกโคลี, ทุเรียน, กล้วย, มะม่วงสุก เพราะมีโพแทสเซียมสูง เสี่ยงต่อหัวใจ
4. ลดเกลือและโซเดียม (Sodium)
ปรับลิ้นให้ชินกับรสธรรมชาติ เลี่ยงการซดน้ำซุป งดของหมักดอง และระวังซอสปรุงรส (ใช้น้อยๆ หรือเลือกใช้เครื่องปรุงสูตรโซเดียมต่ำตามคำแนะนำแพทย์)
ควรเลือกโปรตีนคุณภาพดีที่ร่างกายนำไปใช้ได้เต็มที่ และทิ้งของเสียจากการย่อยไว้น้อยที่สุด เช่น

สิ่งที่ควรเลี่ยง เนื้อสัตว์ติดมัน, เนื้อแดงแปรรูป (ไส้กรอก, แฮม, กุนเชียง), เครื่องในสัตว์ และโปรตีนจากถั่วเมล็ดแห้ง (เช่น ถั่วลิสง, ถั่วเขียว) เพราะมีฟอสฟอรัสสูง”



ดูแลสุขภาพของคุณให้ถูกวิธี
โปรแกรมปรึกษานักกำหนดอาหารคืออะไร ?
พร้อมรับคำปรึกษาจาก
